PhillipCapital Your Partner in Investment

poems poems

ศูนย์การเรียนรู้
Time Value ในฟิวเจอร์ส และ Cost of Carry บอกอะไรเราได้บ้าง?

 

สวัสดีนักลงทุน เรากลับมาพบกันอีกครั้งในสัปดาห์นี้กับผม Mr. Phillip ท่านที่กำลังสนใจจะลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าอาจจะเคยได้เห็นคำสองคำ นี้มาในตลาดการเทรด Futures บ้างทั้ง Time Value และ Cost of Carry วันนี้เราจะมาเล่าให้ฟังกันว่าทั้งสองนั้นคืออะไร และสามารถบอกอะไรกับเราได้บ้างมาลุยกัน

Time Value ถ้าหากเราแปลกันตรงตัวก็คือ “มูลค่าของเวลา” ซึ่งอาจจะคล้ายๆคำโบราณของคนยุคก่อนว่า “เวลาเป็นเงินเป็นทอง” ซึ่งถ้าหากนึกถึงคำนี้จากคำของคนยุคก่อนว่า เวลาเราสามารถนำไปทำอย่างอื่นได้ ยิ่งเวลามากก็สามารถสามารถแปรผันเป็นเงินและทองได้มาก

แต่ในการเทรด Futures จะแตกต่างกันเพราะว่า สัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้นมีอายุระยะเวลาของสัญญาที่อ้างอิงกับสินทรัพย์ทุกสินทรัพย์ สัญญา Futures ราคาจะผันผวนตอนอายุน้อยลง เนื่องจากอายุที่สั้นเทรดเดอร์จะคาดการณ์ราคาได้ง่ายกว่า เนื่องจากราคาจะใกล้เคียงสินทรัพย์อ้างอิง แต่ถ้าหากยิ่งมีอายุนาน เทรดเดอร์คาดการณ์ไม่ได้ว่าราคาสินทรัพย์อ้างอิงจะขึ้นหรือจะลง สภาพคล่องน้อย ราคาจะไม่ผันผวนมาก

ตัวอย่างเช่น วันที่ 19 กรกฎาคม 2022 เรามีสัญญา Gold Futures 2 สัญญา ที่จะหมดอายุในเดือน สิงหาคม และ ตุลาคม เราจะสังเกตได้ว่า ปริมาณการซื้อขายในตัวที่อายุยาวกว่าจะน้อย ส่วนตัวที่อายุเหลือน้อยจะมีปริมาณซื้อขายมาก

ดังนั้น สัญญาที่เหลืออายุน้อยเหมาะสำหรับคนที่สนใจเข้าไปเทรดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพื่อเกร็งกำไรระยะสั้น เพราะมีความผันผวนของราคาและสภาพคล่องในการซื้อขายมากกว่าตัวอายุยาว

ต่อมาตัว Cost of Carry หรือ ต้นทุนการถือครองการเก็บรักษา ในตลาดการซื้อขายล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ ถือว่าเป็นต้นทุนในการถือครองสินทรัพย์ในรูปแบบที่จับต้องได้ ซึ่งรวมถึงเงินประกัน ในตลาดอนุพันธ์จะรวมดอกเบี้ยจ่ายในบัญชีมาร์จิ้นด้วย ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการถือสัญญาหลักทรัพย์หรือดัชนีอ้างอิงจนกว่าสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะหมดอายุ ต้นทุนการถือครองนี้ ยังรวมถึงต้นทุนทางเศรษฐกิจด้วย เช่น ค่าเสียโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการรับตำแหน่งเริ่มต้น และถือเป็นต้นทุนในการดำเนินงานการเทรดในตลาดอนุพันธ์ในตลาดอนุพันธ์ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการถือเป็นปัจจัยสำคัญที่นำมาพิจารณาเมื่อสร้างมูลค่าที่เกี่ยวข้องกับราคาในอนาคตของสินทรัพย์ โดยการเปลี่ยนแปลงของ Cost of Carry ที่เพิ่มขึ้น จะบ่งบอกถึงการเป็นขาขึ้นสำหรับการถือสถานะ long ที่เพิ่มขึ้นของสัญญานั้น ในทางตรงกันข้าม Cost of Carry ที่ลดลงอย่างมากบ่งชี้ถึงภาวะตลาดหมีของสัญญา

มาถึงตรงนี้เพื่อนๆ น่าจะพอเข้าใจเกี่ยวกับ Time Value และ Cost of carry เพิ่มมากขึ้นแล้ว สามารถนำไปปรับใช้และสังเกตเพื่อวางกลยุทธ์ในการเทรดกันได้นะครับ

หากเพื่อนๆ สนใจการลงทุนในตลาดฟิวเจอร์ส และอยากศึกาเพิ่มเติม ที่หลักทรัพย์ฟิลลิป มีกิจกรรมสัมมนาออนไลน์เกี่ยวกับฟิวเจอร์สที่จัดเป็นประจำทุกเดือน รวมถึงการสอนเทรด TFEX แบบตัวต่อตัว สอบถามได้ที่ Line: @phillipcapital หรือโทร. 02-635-3111 ได้เลยครับ